กลไก สปริงไดรฟ์ U.F.A. ที่มากับความก้าวหน้าอันน่าทึ่งของอัตราความแม่นยำรายปีเปิดตัวครั้งแรกด้วยผลงานสร้างสรรค์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความงดงามของป่าน้ำแข็ง
SLGB003
Evolution 9 Collection
THB 409,000.00
Jun.2025ReleaseDate
คุณสมบัติ
การแสวงหาความแม่นยำระดับสูง เป็นรากฐานของค่านิยมแห่ง Grand Seiko มาตั้งแต่นาฬิการุ่นแรกที่สร้างขึ้นในปี 1960 ต่อมาในช่วงปลายทศวรรษ 1970s การพัฒนากลไก สปริงไดรฟ์ ได้เริ่มต้นขึ้นด้วยจุดมุ่งหมายที่จะผสมผสานระบบการให้พลังงานแบบดั้งเดิมด้วยสปริงลาน เข้ากับความก้าวหน้าของการผลิตนาฬิกาอิเล็กทรอนิกล้ำสมัยได้อย่างกลมกลืน และในปี 2004 Grand Seiko ก็ได้เปิดตัวกลไก สปริงไดรฟ์ คาลิเบอร์ 9R65 ที่มอบอัตราความแม่นยำรายเดือนได้ถึงระดับไม่เกิน 15 วินาที วันนี้ มรดกแห่งความแม่นยำในการสร้างนาฬิกาได้ก้าวขึ้นสู่ระดับใหม่ด้วยการเปิดตัวกลไก สปริงไดรฟ์ คาลิเบอร์ 9RB2 ซึ่งได้รับการรับรองด้วยเกณฑ์มาตรฐานใหม่ U.F.A. ที่ย่อมาจาก “Ultra Fine Accuracy” (อัลตรา ไฟน์ แอคคิวเรซี) ซึ่งแปลว่า “ความแม่นยำระดับสูงเป็นพิเศษ” กลไกสุดล้ำนี้มอบความแม่นยำในระดับที่มิได้วัดเป็นวินาทีต่อวัน ต่อสัปดาห์ หรือต่อเดือน แต่วัดจากความแม่นยำตลอดระยะเวลา 1 ปี กลไกอัตโนมัติ U.F.A. คาลิเบอร์นี้ให้อัตราความแม่นยำในการทำงานต่อปีอย่างน่าทึ่งถึงระดับไม่เกิน 20 วินาที ทำให้เป็นกลไกนาฬิกาข้อมือขับเคลื่อนด้วยสปริงลานที่ทำงานได้แม่นยำที่สุดในปัจจุบัน* *ข้อมูล ณ เดือนเมษายน 2025 อ้างอิงจากการค้นคว้าของ Grand Seiko
ในปี 2025 คาลิเบอร์ 9RB2 เปิดตัวครั้งแรกมาในคอลเลกชั่น Evolution 9 (เอโวลูชั่น ไนน์) ด้วยลักษณะการตกแต่งอันมีที่มาจากทิศตะวันออกของ ชินชู วอทช์ สตูดิโอ นั่นก็คือ ที่ราบสูง คิริกามิเนะ ซึ่งสามารถพบเห็นเหล่าต้นไม้ที่ถูกปกคลุมด้วยน้ำค้างแข็งได้ในช่วงฤดูหนาว ลายผิวอันประณีตบนหน้าปัด จับภาพความงามของป่าน้ำแข็งแห่งนี้ด้วยเทคนิคการตกแต่งหลายชนิดที่ก่อให้เกิดโทนสีฟ้าอ่อนที่ดูละเมียดละไมแต่สะดุดตาด้วยรูปแบบที่เป็นธรรมชาติ
รายละเอียดทางเทคนิค
ตัวเรือน: | ไทเทเนียมความหนาแน่นสูง |
---|---|
Case back: | See-through & Screw case back |
กระจกหน้าปัด: | กระจกแซฟไฟร์คริสตัลทรงกล่อง |
การเคลือบ: | การเคลือบแบบป้องกันแสงสะท้อนที่พื้นผิวด้านใน |
ขนาดตัวเรือน: | เส้นผ่าศูนย์กลาง 37.0mm ความยาว 44.3mm ความหนา 11.4mm |
Band width: | 20mm |
บานพับ: | บานพับสามทบปลดล็อคด้วยปุ่มกด |
ตัวเครื่อง: | 9RB2 วิธีใช้งาน |
---|---|
ระบบขับเคลื่อน: | Spring Drive |
การสำรองพลังงาน: | ประมาณ 72 ชั่วโมง (3 วัน) |
การกันน้ำ: | กันน้ำที่ระดับ 10 บาร์ |
---|---|
น้ำหนัก: | 4,800 A/m |
รายละเอียด / คุณสมบัติอื่น ๆ : |
|
ความแม่นยำที่น่าทึ่ง
กลไกคาลิเบอร์ใหม่นี้ ให้ความแม่นยำถึงระดับไม่เกิน 20 วินาทีต่อปี อันเป็นผลมาจากการใช้วิธีและกระบวนการการผลิตแบบใหม่ที่ยอดเยี่ยมยิ่งขึ้นจากการใช้ ควอตซ์ ออสซิลเลเตอร์ ที่ถูกบ่มเป็นเวลา 3 เดือน และการออกแบบวงจรรวมขึ้นมาใหม่ ความถี่ของ ควอตซ์ ออสซิลเลเตอร์ แต่ละชิ้นจะถูกวัดที่อุณหภูมิแตกต่างกันหลายระดับ โดยข้อมูลผลลัพธ์ที่จำเป็นสำหรับการชดเชยอุณหภูมิถูกตั้งโปรแกรมไว้ที่วงจรรวมชนิดใช้พลังงานต่ำเช่นเดียวกับกลไก สปริงไดรฟ์ ซีรี่ส์ 9RA ทั้งออสซิลเลเตอร์และเซ็นเซอร์ถูกผนึกแบบสุญญากาศเพื่อลดความแตกต่างของอุณหภูมิและป้องกันผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น ความชื้น ไฟฟ้าสถิต และแสง จึงสามารถปรับตั้งอุณหภูมิได้อย่างแม่นยำ และทำให้ ควอตซ์ ออสซิลเลเตอร์ มีประสิทธิภาพและมีความเสถียร อีกทั้งกลไกคาลิเบอร์ใหม่นี้ยังเป็นครั้งแรกที่กลไก สปริงไดรฟ์ มีสวิตช์ควบคุมซึ่งสามารถปรับตั้งได้เมื่อทำการซ่อมบำรุง เพื่อปรับแก้ไขความคลาดเคลื่อนของความแม่นยำที่อาจเกิดขึ้นได้เมื่อนาฬิกาถูกใช้งานมาเป็นเวลานานหน้าปัดที่มีแรงบันดาลใจจากป่าน้ำแข็ง
นาฬิการุ่นนี้มากับลวดลายหน้าปัดที่เกิดจากการกดประทับที่ได้แรงบันดาลใจมาจากความงามของป่าน้ำแข็งโดยใช้สีฟ้าอมเงิน ชวนให้นึกถึงป่าน้ำแข็งที่มองเห็นในขณะอากาศสดใส พร้อมเสริมเสน่ห์ความงามด้วยการใช้เข็มวินาทีที่ผ่านการให้อุณหภูมิสูงจนเกิดเป็นสีน้ำเงิน และด้วยดีไซน์ที่กะทัดรัดของกลไก นาฬิกาใหม่รุ่นนี้จึงมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของตัวเรือนเพียง 37 มิลลิเมตร ทำให้เป็นรุ่นที่มีขนาดเล็กที่สุดในบรรดานาฬิกากลไกซีรี่ส์ 9R ณ ปัจจุบัน ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีข้อมือขนาดเล็กตัวล็อกสายที่พัฒนาขึ้นใหม่ให้สามารถปรับตั้งระยะความยาวได้อย่างละเอียดถึง 3 ระดับ
นาฬิการุ่นนี้มากับตัวล็อกสายที่พัฒนาขึ้นใหม่ให้สามารถปรับตั้งระยะความยาวได้อย่างละเอียดถึง 3 ระดับ ในช่วงระยะละ 2 มิลลิเมตร โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ เพื่อเพิ่มความสบายในขณะสวมใส่