
Spring Drive U.F.A.
คาลิเบอร์ 9RB2
การแสวงหาความแม่นยำระดับสูง ถือเป็นรากฐานสำคัญแห่งค่านิยมของ Grand Seiko มาโดยตลอด การได้รับการรับรองมาตรฐานใหม่ อันได้แก่ U.F.A. ซึ่งย่อมาจาก “Ultra Fine Accuracy” (อัลตรา ไฟน์ แอคคิวเรซี) อันหมายถึง “ความแม่นยำระดับสูงเป็นพิเศษ” ของคาลิเบอร์ 9RB2 เป็นการยกระดับความแม่นยำให้สูงขึ้น เพราะระดับความแม่นยำของมาตรฐานนี้มิได้วัดเป็นเกณฑ์วินาทีต่อวัน ต่อสัปดาห์ หรือต่อเดือน แต่วัดจากความแม่นยำของการทำงานตลอดระยะเวลา 1 ปี โดยกลไกต้องให้อัตราความแม่นยำในการทำงานที่น่าทึ่งถึงระดับไม่เกิน 20 วินาทีต่อปี หรือประมาณไม่เกิน 3 วินาทีต่อเดือน ซึ่งถือเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ในการวัดระดับความแม่นยำของกลไกสำหรับนาฬิกาข้อมือที่ขับเคลื่อนด้วยสปริงลาน*
*ข้อมูล ณ เดือนเมษายน 2025 อ้างอิงจากการค้นคว้าของ Grand Seiko
กลไกระบบสปริงไดรฟ์ ซึ่งใช้คุณสมบัติของคริสตัลที่สั่นด้วยความถี่คงที่ควบคุมการล่วงผ่านของเวลานั้น ปัจจัยภายนอก เช่น การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ ความชื้น และแรงโน้มถ่วง อาจทำให้ความถี่ของ คริสตัล ออสซิลเลเตอร์ เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งทำให้เกิดผลกระทบต่อการทำงานได้เล็กน้อย และเมื่อเวลาผ่านไปเนิ่นนานก็อาจทำให้ความแม่นยำเกิดความคลาดเคลื่อนขึ้นเล็กน้อยได้
ความแม่นยำระดับไม่เกิน 20 วินาทีต่อปี ของคาลิเบอร์ 9RB2 กระทำได้โดยการพินิจพิจารณาถึงวีธีการผลิตและกระบวนการทำงานอย่างละเอียดถี่ถ้วนของ ควอตซ์ ออสซิลเลเตอร์ ที่ผ่านการบ่มเป็นระยะเวลา 3 เดือน ซึ่งเป็นกระบวนการผลิตภายในโรงงานของ Grand Seiko เอง และวงจรรวมสำหรับชดเชยอุณหภูมิที่ออกแบบขึ้นมาใหม่ และด้วยการใช้สวิตช์ควบคุมที่พัฒนาขึ้นใหม่ก็ช่วยลดความคลาดเคลื่อนของความแม่นยำอันเนื่องมาจากอายุการใช้งานหลังจากประกอบกลไกเข้ากับตัวเรือนแล้วให้หลงเหลือน้อยที่สุดกว่าที่เคยได้
ข้อมูลจำเพาะ
ระบบขับเคลื่อน | กลไกการขึ้นลาน อัตโนมัติ สามารถขึ้นลานด้วยมือได้ |
---|---|
ความแม่นยำ | ±20 วินาทีต่อปี (ไม่เกิน ±3 วินาทีต่อเดือน) |
การสำรองพลังงาน | พลังงานสำรอง ประมาณ 72 ชั่วโมง (3 วัน) |
อัญมณี | 34 ชิ้น |
หมายเหตุ | -ออฟเซ็ต เมจิก เลเวอร์
-สะพานจักรชิ้นกลางชิ้นเดียว -แสดงพลังงานสำรอง -แสดงวันที่ |

การบรรจุแบบผนึกสุญญากาศ ของ คริสตัล ออสซิลเลเตอร์ ที่คัดเลือกมาอย่างพิถีพิถัน

เช่นเดียวกับกลไกซีรี่ส์ 9RA กลไกคาลิเบอร์ 9RB2 ใช้กระบวนการบ่ม ควอตซ์ ออสซิลเลเตอร์ เป็นเวลานาน 3 เดือน และใช้วงจรรวมที่ใช้พลังงานต่ำมากในการชดเชยอุณหภูมิ โดยทั้งออสซิลเลเตอร์และเซ็นเซอร์ถูกผนึกแบบสุญญากาศเพื่อลดความแตกต่างของอุณหภูมิให้เหลือน้อยที่สุด ความถี่ของ ควอตซ์ ออสซิลเลเตอร์ แต่ละชิ้นนั้นถูกวัดด้วยอุณหภูมิที่แตกต่างกันหลายระดับหลังจากที่ตัวเครื่องถูกประกอบเข้ากับตัวเรือนนาฬิกาแล้ว โดยข้อมูลที่จำเป็นต่อการชดเชยอุณหภูมิจะถูกตั้งโปรแกรมไว้ที่วงจรรวมซึ่งใช้พลังงานต่ำ การสั่นของ คริสตัล ออสซิลเลเตอร์ นั้นไวต่อความผันผวนของอุณหภูมิ ดังนั้นคาลิเบอร์ 9RB2 จึงรวมเซ็นเซอร์วัดอุณภูมิไว้ในวงจรรวมแบบพิเศษที่เรียกว่า ซิลิคอน-ออน-อินซูเลเตอร์ ไอซี (SOC-IC) ซึ่งรวบรวมข้อมูลอุณหภูมิถึง 540 ครั้งต่อวัน เพื่อทำการตรวจสอบอิทธิพลของการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิภายในวงจรรวม และชดเชยการเปลี่ยนแปลงในประสิทธิภาพของ ออสซิลเลเตอร์ นอกจากนี้การนำ คริสตัล ออสซิลเลเตอร์ และวงจรรวมไว้ในการบรรจุแบบผนึกสุญญากาศชิ้นเดียวกันจะช่วยลดความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างวงจรรวมและ คริสตัล ออสซิลเลเตอร์ ทำให้สามารถปรับตั้งอุณหภูมิได้ด้วยความแม่นยำระดับสูง อีกทั้งการติดตั้งสายไฟทั้งหมดที่เชื่อมต่อ คริสตัล ออสซิลเลเตอร์ เข้ากับวงจรรวมภายในการบรรจุแบบผนึกสุญญากาศนั้น นอกจากจะป้องกันวงจรรวมจากอิทธิพลของไฟฟ้าสถิตและแสงได้แล้ว ยังช่วยป้องกันการเปลี่ยนแปลงของความชื้นซึ่งส่งผลต่อการทำงานของกลไกได้ด้วย
การใช้สวิตช์ควบคุมเป็นครั้งแรก สำหรับกลไก สปริงไดรฟ์
ด้วยการทำความเข้าใจลักษณะเฉพาะที่เกิดจากความเครียดเล็กน้อยที่ยังคงเหลืออยู่หลังจากคริสตัลได้รับการบ่มเทียมในโรงงานของ Grand Seiko ซึ่งทำให้สามารถชดเชยความคลาดเคลื่อนเล็กน้อยในความถี่ของการสั่นได้ด้วยการบ่มแบบอนาคตแล้ว กลไกคาลิเบอร์ใหม่นี้ ถือเป็นครั้งแรกที่กลไก สปริงไดรฟ์ มีสวิตช์ควบคุมซึ่งสามารถทำการปรับแก้ไขความคลาดเคลื่อนของความแม่นยำที่อาจเกิดขึ้นจากการผ่านการใช้งานมาเป็นเวลานานได้เมื่อนำนาฬิกาเข้ารับการซ่อมบำรุง
การได้มาซึ่งความแม่นยำระดับสูงและดีไซน์ที่กะทัดรัด
เพื่อสร้างกลไกให้มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำซึ่งช่วยเพิ่มความสบายให้กับการสวมใส่ ตลับลานเดี่ยวขนาดบางและ เมจิก เลเวอร์ แบบใหม่ที่มากับล้อหมุนแบบออฟเซ็ตจากจุดศูนย์กลางของกลไกจึงถูกพัฒนาขึ้นมา กลไกนี้จึงมีจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำและสามารถให้พลังงานสำรองได้นานถึงประมาณ 72 ชั่วโมง และเช่นเดียวกับซีรี่ส์ 9RA ความแข็งแรงของกลไกคาลิเบอร์นี้มอบความมั่นใจด้วยโครงสร้างสะพานจักรกลางแบบชิ้นเดียว และด้วยรูปร่างที่บางและมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่มากของกลไกคาลิเบอร์นี้ ทำให้เกิดกลไกขนาดเล็กที่สุดของซีรี่ส์ 9R เพื่อให้บรรจุไว้ในตัวเรือนที่มีขนาดเล็กลงได้ โดยใช้ตัวเรือนที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 37 มิลลิเมตร
การตกแต่งกลไกที่สะท้อนถึงความงามตามธรรมชาติของชินชู
การตกแต่งชิ้นส่วนภายนอกของคาลิเบอร์ 9RB2 ถูกกระทำอย่างพิถีพิถันและสะท้อนถึงความงามตามธรรมชาติของถิ่นกำเนิด นั่นก็คือ ชินชู พื้นที่อันเป็นที่รู้จักกันดีในจังหวัดนากาโน่ ดีไซน์การตกแต่งเหล่านี้ได้รับแรงบันดาลใจจากน้ำค้างแข็งที่ปกคลุมต้นไม้ในช่วงฤดูหนาวของภูมิภาคที่เต็มไปด้วยภูเขาแห่งนี้ คุณลักษณะที่สะดุดตาของน้ำค้างแข็งเหล่านี้ คือ แสงเรืองรองสะกดสายตาที่ครอบคลุมไปทั่วพื้นที่ โดยเปล่งออกมาจากชั้นของน้ำค้างแข็งซึ่งมีพื้นผิวขรุขระอย่างมีเสน่ห์ ดีไซน์ของสะพานจักรนำเสนอลักษณะของน้ำค้างแข็งและตกแต่งด้วยการเคลือบผิวทรายให้เกิดโทนสีกลาง ๆ นำมาซึ่งแสงเรืองรองที่ดูสงบและสง่างาม ส่วนแนวขอบของสะพานจักรก็เปล่งแสงอย่างคมชัดด้วยการจับแสงจากทุกทิศทางเพื่อเน้นให้เห็นถึงความสดใสอย่างล้ำลึกของดีไซน์ ขณะที่โรเตอร์ถูกออกแบบให้มีการสลักข้อความ “Ultra Fine Accuracy” เพื่อบ่งบอกถึงความแม่นยำในระดับ U.F.A.

อะไรทำให้ระบบ 9R Spring Drive โดดเด่น
Spring Drive คือหนึ่งในนวัตกรรมที่ยอดเยี่ยมของประวัติศาสตร์การทำนาฬิกาสมัยใหม่ ซึ่งใช้งานระบบเคลื่อนไหวที่ขับเคลื่อนด้วยสปริง พร้อมทั้งเทคโนโลยีทันสมัยที่ทำงานได้โดยไม่ต้องใช้แบตเตอรี่หรือแหล่งพลังงานภายนอกอื่น ๆ แหล่งพลังงานเดียวของมันคือลานสปริง ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนชุดเฟือง โรเตอร์ที่เชื่อมต่อกับปลายของเฟืองเหล่านี้จะสร้างพลังงานไฟฟ้าเล็กน้อย ซึ่งจะเป็นตัวกระตุ้นวงจรอิเล็กทรอนิกส์และออสซิลเลเตอร์แบบควอตซ์ ความแม่นยำของมันเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นในนาฬิกาที่ขึ้นลานด้วยลานสปริงมาก่อน การพัฒนาการเคลื่อนไหวระบบ 9R Spring Drive เกิดขึ้นได้เพราะ Grand Seiko คือหนึ่งในผู้ผลิตเพียงไม่กี่รายที่มีความเชี่ยวชาญทั้งนาฬิการะบบกลไกและนาฬิการะบบอิเล็กทรอนิกส์